6 วิถีของลูกชาวนาในชนบท ที่หายไปจากสังคมไทย

Advertisement

6 วิถีของลูกชาวนาในชนบท ที่หายไปจากสังคมไทย
อาชีพทำนานั้นถือว่าเป็นอาชีพของคนไทยในชนบทมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย เพราะถือว่าใครมีที่นานั้นก็ต้องมีอาชีพทำนาในหน้าฝน หากปีใดฝนตกต้องตามฤดูการณ์นั้นข้าวในนาก็จะอุดมสมบูรณ์ แตกต้นแตกกอจนได้ผลผลิตที่น่าพอใจนั่นเอง สำหรับลูกชาวนานั้นชีวิตถือว่ายากลำบากยิ่งนัก  แต่ในความยากลำบากนั้นก็แฝงไปด้วยความสุขของรอยยิ้มในครอบครัว มีความสุขทุกครั้งที่นั่งกินข้าวล้อมวงในเถียงนาน้อย  และนี่คือสิ่งที่ลูกชาวนานในชนบทนั้นน้อยคนแล้วที่จะได้สัมผัสกับสิ่งเหล่านี้


1.ช่วยพ่อแม่ไถนา  หลังจากที่เด็กๆในชนบทสมัยก่อนนั้นกลับจากโรงเรียนก็จะรีบไปที่ท้องนาเพื่อช่วยพ่อไถนา  โดยใช้เจ้าทุยและก็พัฒนามาเป็นการใช้รถไถนาในปัจจุบัน  เนื่องจากเวลาที่เลิกเรียนไปนั้นกว่าจะถึงท้องนา เวลาก็ประมาณ 17.00 น. ก็ถือว่าสมัยนั้นไม่ได้มีอากาศร้อนเหมือนสมัยปัจจุบันทำให้เหมาะสำหรับการไถนา เนื่องจากไม่เหนื่อยนั่นเอง


2.เดินตามรอยไถ แต่ก่อนประเทศไทยนั้นอุดมสมบูรณ์มากกว่านี้ กับคำที่ว่า “ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว “เด็กจะชอบเดินตามรอยไถของพ่อเพื่อคอยจับปลา หรือชาวอีสานจะเรียกว่าปลา “ขี้คลาด “แต่เนื่องจากปัจจุบันความอุดมสมบูรณ์นั้นได้หายไปแล้ว
3.ปักเบ็ด กิจกรรมนี้ถือเป็นว่ากิจกรรมที่พ่อนั้นพาลูกๆไปปักเบ็ดไว้ตามนา  ไร่นาไหนท่าข้าวเขียวและมีน้ำขังเต็มนา ก็จะมีปลาไปอาศัยอยู่และพ่อลูกยิ้มทุกครั้งเมื่อมีปลามีกินเหยื่อ นั่นแหละคืออาหารเย็นของพวกเขา และก็มีแม่ที่คอยทำอาหารอยู่ที่บ้าน ครอบครัวก็เต็มไปด้วยรอบยิ้มที่ได้กินข้าวดูหนังร่วมกัน

ภาพจาก bansuanporpeang.com

 
4.การนอนกระท่อมกองฟาง  หน้าการเก็บเกี่ยวนั้นแหมๆถือว่าเป็นอะไรที่วิเศษมากเมื่อได้นอนตากน้ำค้างที่นา ในกระท่อมกองฟางที่เด็กนั้นได้ทำขึ้นมาเพื่อที่จะนอนเฝ้า วัว ควายหรือข้าวที่ยังไม่ตีนั่นเอง
5.ฟังเสียงว่าวธนู อากาศหนาว ลมเย็นๆตอนกลางคืน คนไหนที่นอนนาจะพลาดไปไม่ได้สำหรับเสียงอันไพเราะของว่าวธนู ที่คู่ลมและมีเสียงตลอดทั้งคืน บางคนบอกว่าเป็นเสียงที่น่ากลัว แต่แท้จริงแล้วมันหาฟังยากมากในปัจจุบัน

Advertisement

สะนู หรือทะนู(เขียนอย่างภาษาอีสาน) เป็นเครื่องเล่นประกอบว่าว ในภาคอีสานมาแต่โบราณ โดยมีส่วนประกอบหลักคือ คัน เคา เปิ้น
คันสะนู เฮ็ดจากไม้ไผ่ซางไพ หรือไผ่บ้าน อายุตั้งแต่ ๓-๔ ปีขึ้นไปเพราะสิได้มีความแข็งเหนียว ยืดหยุ่นดี
เคา หมายถึงส่วนที่เป็นสายระหว่างเปี้น(ปื้น)สะนูกับปลายคันทั้งสองข้าง แต่ก่อนนิยมใช้ไหมเฮ็ด แต่ในปัจจุบันนิยมใช้ด้ายไนล่อนอ่อน
เปี้น(ปื้น) เป็นตัวที่เฮ็ดให้เกิดเสียงเวลาถืกลมพัด เปี้นสิหมุนไปมาโดยมีเคาเป็นตัวยึด เกิดเป็นเสียงสูงต่ำ เปี้นสะนู อย่างพื้นฐานกะใช้ ใบลาน ใบตาล ใบเกด(การะเกดหรือลำเจียก)เฮ็ด สำหรับเด็กน้อยเหล่น ถ้าเป็นสะนูมาตรฐาน กะสิเฮ็ดจากหวาย เครือหมากแตก หรือทองเหลืองตีเป็นหลาบยาวๆ แต่โดยทั่วไปนิยมใช้หวาย เพราะเหนียวและให้เสียงดี ส่วนเครือหมากแตกให้เสียงนุ่มนวล แต่ผ่อยบ่หมั่น ดนๆไปมักเปี้นขาดหรือหัก

ทีนี้พอพี่น้องฮู้ที่มาเรื่องสะนูแล้ว ผู้ข้ากะสิพาไปเบิ่งวิธีการเฮ็ดสะนูหวาย อันนี้เอาประสบการณ์ที่เคยเฮ็ดเคยเฮียนมานำเสนอพี่น้องเด้อ อาจสิผิดเพี้ยนจากวิธีการของช่างอื่นเฮ็ด ที่พี่น้องเห็นมาก็ได้
อุปกรณ์
– หวายแก่ปล้องท่อๆกัน ขนาดนิ้วก้อย ยาว ๔ ปล้อง หรือตั้งแต่ ๙ กำมือขึ้นไป
– มีดตอกสำหรับปาด เหลาเปี้นสะนู และคันสะนู
– เหล็กซี(เหล็กหมาด)ขนาดเล็ก ประมาณซี่ก้านร่ม ตีปลายฝนให้แหลม สำหรับเจาะฮูหัวสะนู
– ด้ายสำหรับเฮ็ดสายต่องหรือสายยน(ห่วงหัวสะนูเพื่อฮ้อยเคา)

วิธีทำ
– นำหวายตัดให้เกินขนาดความยาวที่กำหนดไปจัก ๑ ฝ่ามือ นำไปลนไฟถ่าน หรือแก๊ส อ่อนๆ ดัดให้ตรงด้านใดด้านหนึ่ง พอดัดได้ที่แล้วฟ้าวเอาน้ำลูบหรือแช่น้ำคราวหนึ่ง เพื่อบ่ให้หวายคืนตัว
– ปาดเอาเปี้นและหัวสะนู โดยเล็งเอาด้านที่ตรงเป็นหลักเพื่อเฮ็ดเปิ้นเริ่มปาดจากข้อหวายด้านหนึ่งไปพอประมาณช่วงกลาง ก็เปลี่ยนไปปาดจากข้อหวายอีกด้านหนึ่งเพื่อสิได้เล็งเอาความตรงของเปิ้นสะนูไปนำ ใช้คมมีดตอกปาดขูดให้ได้พอประมาณก่อน อย่าฟ้าวปาดลงลึก จากนั้นก็พลิกกลับด้านตรงข้ามกับที่ปาดไว้แล้ว เฮ็ดคือกันกับด้านที่แล้ว

6.การขี่ควายอาบน้ำ แหมๆเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นอะไรมากมายสำหรับเด็กในชนบทที่ได้ลงน้ำและเล่นน้ำนั่นเอง

และ 6 เรื่องที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องที่ยกตัวอย่างมาให้ทุกคนได้ทราบ ที่แท้จริงแล้วความสุขมากมายในท้องนานั้นยังไม่ได้จบแค่เพียงเท่านี้  ยิ้มทุกครั้งเมื่อคิดถึงเรื่องเก่าๆ คิดถึงพ่อแม่ ถึงทุกข์ยากแต่ใช่ว่าจะไม่มีความสุข ความสุขนั้นอยู่ที่ตัวเราเอง ขอบคุณครับ

ข้อมูลเรื่อว่าวธนูจาก http://www.baanmaha.com
เรียบเรียงโดย Korpor.udon-job.com

Advertisement
แชร์ข่าวนี้ให้เพื่อคุณหรือยัง :

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *